
โครงการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยของกลุ่มศิลปินอีสาน ครั้งที่ 11
มหกรรมศิลปะร่วมสมัย อีสานเบียนนาเล่ ในวาระครบรอบ 25 ปี กลุ่มศิลปินอีสาน
เจียตองเอาะ เสราะแอง
กรุงเทพมหานคร -
ขอนแก่น - บุรีรัมย์
สังคมหลังสมัยใหม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของมวลมนุษยชาติที่แฝงเร้นด้วยมายาคตินานัปการ
ในขณะที่ระบบโลกแบบทุนนิยมได้ก่อให้เกิดการหล่อหลอมสิ่งต่างๆ ในรูปแบบ วัฒนธรรมมวลชน (Mass culture)
ซึ่งเสนอค่านิยมด้วยการสร้างกระแสบริโภคนิยม ทำให้กระแสความคิด
ความเชื่อและวิถีชีวิตของประชากรโลกเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมแบบไร้พรมแดน
เกิดรูปแบบมากมายที่มีอิทธิพลต่อชีวิต
อัตราการเร่งแบบฉับพลันส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านการตลาดและด้านเศรษฐกิจอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในด้านต่างๆ
ที่ประเทศมหาอำนาจมีอยู่เหนือประเทศที่ด้อยกว่า จึงก่อให้เกิดกระแสบริโภคนิยมแบบไหล่บ่าตามแนวนิยมของประเทศได้เปรียบที่สามารถผลิตและสร้างกระแสการบริโภคนิยมแบบผูกขาดด้วยระบบทุนนิยม
แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายใต้สภาพสังคมที่กำลังเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม
สังคมหลังสมัยใหม่กำลังดำเนินอยู่ในโลกของข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยสะดวกรวดเร็วด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบวัฒนธรรมมวลชน
สังคมโลกสามารถรับและสัมผัสกับความเป็นจริงหรือไม่จริงได้พร้อมกันด้วยเวลาอันสั้น
โดยผ่านเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย มีลักษณะเป็นความจริงลวงและในบางครั้งไม่สามารถกลั่นกรองข้อมูลให้ทันกับเหตุการณ์จนกลายเป็นมายาคติในสังคมทุนนิยมในที่สุด
กระบวนการของสังคมยุคหลังสมัยใหม่คือการถ่ายทอดความคิดของสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงจนเกิดการย้อนแย้งทางความคิดในช่วงเวลาที่ผ่านมา เน้นความสำคัญและการยอมรับในด้านสิทธิมนุษยชนโดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องเพศ อายุ เชื้อชาติหรือศาสนา การยกระดับคุณค่าของวัฒนธรรมชุมชน
รวมทั้งความเป็นเอกภาพของสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ
ซึ่งความคิดหลังสมัยใหม่เริ่มแสดงความมั่นใจต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ส่งผลกระทบทางลบกับสิ่งแวดล้อม
วิกฤตธรรมชาติ และความตระหนักต่อปัญหาภาวะโลกร้อน
จึงได้เกิดแนวคิดที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในสังคมย่อมเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงจากส่วนต่างๆ ของสังคม เนื่องจากหลังยุคสมัยใหม่เชื่อในภาพรวมที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผู้คนในสังคมโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ได้กำหนดสร้างกติกาของการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
โดยตกลงยอมรับต่อแนวคิดในเชิงบวกและการอยู่รวมกันอย่างสร้างสรรค์
มีความคิดริเริ่มแสดงออกในเชิงปฏิเสธกับปรัชญา ตรรกะ ความเป็นเหตุผล
รวมทั้งความดีงามที่เคยเชื่อถือและยึดปฏิบัติสืบทอดในช่วงเวลาที่ผ่านมา เป็นผลจากวิถีทางการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปผนวกกับภาพของความฟุ้งเฟ้อที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ
ล้วนส่งเสริมให้ผู้คนตกอยู่ในภวังค์แห่งมายาคติซึ่งเป็นภาพจินตนาการที่ขาดการสำนึกไตร่ตรองหรือคำนึงถึงความเป็นจริงตามเหตุผลอันควร ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อความคิด
ความเชื่อ คตินิยม
และวิถีการดำเนินชีวิต
ดังนั้นจึงปรากฏภาพสะท้อนทางความคิดในการให้ความเท่าเทียมกันในเรื่องเพศ ชนชาติ ศาสนา และความเสมอภาคของชุมชน
เมื่อ
25 ปี ที่ผ่านมาราวปีพุทธศักราช 2526 ได้มีการรวมตัวของศิลปินอิสระ นักวิชาการศิลปะและศิลปินพื้นบ้านที่พำนักอยู่ในภาคอีสาน
ได้ระดมความคิดแลกเปลี่ยนความเห็นในวงเสวนาเกี่ยวกับศิลปะ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจกับคำว่า ศิลปะอีสาน และทิศทางการขยายแนวร่วมความเป็นอีสาน
โดยกลุ่มบุคคลที่ทำงานในแนวทางความเป็นอีสานมีเป้าหมายร่วมกันที่จะดำเนินกิจกรรมเผยแพร่ออกไป
สู่สาธารณะชนยังภูมิภาคอื่นๆ
ด้วย
รากเหง้าศิลปะและวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี เป็นสมบัติ
ล้ำค่าของท้องถิ่นอีสานมีมากมายและเป็นรากฐานอันสำคัญที่ทำให้ชุมชนและท้องถิ่นอยู่ได้อย่างมั่นคง
อีกทั้งคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมยังเป็นเครื่องยึดเหนียวจิตใจในชาติตระกูลของความเป็นอีสาน
อันเป็นมรดกวัฒนธรรมของบรรพบุรุษที่ล้ำค่าควรแก่การธำรงรักษาไว้ด้วยความภาคภูมิใจในจิตวิญญาณความเป็นอีสานที่มีความโดดเด่น มีคุณค่า มีประวัติศาสตร์มายาวนาน
มีความประจักษ์ลึกซึ้งอยู่ในตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี เช่นนั้นแนวคิดของวงเสวนาในขณะนั้น จึงเห็นพ้องที่จะใช้ชื่อว่า กลุ่มศิลปินอีสาน ตั้งแต่บัดนั้น
จึงนับได้ว่า กลุ่มศิลปินอีสาน
เป็นกลุ่มที่มีประวัติศาสตร์การเดินทางมายาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2526
เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันกลุ่มศิลปินอีสานได้นำเสนอผลงานศิลปะออกสู่สาธารณะชนทั้งในส่วนกลาง
ส่วนภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน
กิจกรรมของกลุ่มศิลปินอีสานมีส่วนทำให้ประชาชนได้มีโอกาสสัมผัสกับผลงานศิลปกรรมที่เป็นเสมือนตัวบอกกล่าวและสะท้อนผ่านภาพวิถีชีวิต วิถีสังคม
และวิถีแห่งสุนทรียภาพของผู้คนบนแผ่นดินที่ราบสูงได้ดีที่สุด ด้วยสภาพการณ์และวุฒิภาวะของกลุ่มศิลปินอีสานที่พัฒนาไปจากจุดเดิม
กลุ่มศิลปินอีสานจึงเป็นขบวนการศิลปะร่วมสมัยอีกกลุ่มหนึ่งที่มีบทบาทต่อการเป็นภาพแทนทางวัฒนธรรมที่เคียงคู่ยุคสมัยอย่างมั่นคง ด้วยอุดมการณ์ที่มีจุดยืนอยู่ข้างฝ่ายความถูกต้อง
ชอบธรรม
โดยคำนึงถึงความเป็นเอกลักษณ์เพื่อสรรค์สร้างความเป็นอีสานสู่ความเป็นสากลและถ่ายทอด
สู่สังคมร่วมสมัยสะท้อนภาพชีวิตผู้คนบนผืนแผ่นดินอีสานในด้านการศึกษา ศาสนา สังคม วิทยาศาสตร์ ตรรกศาสตร์ จารีตประเพณี เศรษฐกิจ แฟชั่น โลกาภิวัตน์ การเมือง วิกฤตธรรมชาติ ภาวะโลกร้อน
ความกันดารแร้นแค้น และฯลฯ โดยมุ่งหวังที่จะสร้างมรดกทางปัญญาเคียงคู่แผ่นดินที่ราบสูงในขณะที่ภาพตัวแทนอีกบริบทหนึ่งได้มีส่วนร่วมต่อต้านและหยุดยั้งการไหล่บ่าของกระแสบริโภคนิยมวัฒนธรรมที่ไร้ค่าและกัดกร่อนทำลายคุณค่าความเป็นอีสาน ซึ่งกลุ่มศิลปินอีสานได้ประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะยืนหยัดเคียงคู่ผืนแผ่นดินอีสานด้วยการสะท้อนภาพผ่านผลงานศิลปกรรมร่วมสมัยรวมระยะเวลา
25 ปี ดังนี้
นิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยของกลุ่มศิลปินอีสานครั้งที่
1 ปี 2526 ใช้ชื่อว่า นิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยกลุ่มศิลปินอีสานครั้งที่
1
โดยการนำของประธานคนแรก
อาจารย์ ชัยณรงค์ เจริญพาณิชย์กุล
แสดงผลงานของกลุ่มฯ ร่วมกับศิลปินรับเชิญ ณ
หอศิลป์พีระศรี กรุงเทพฯ และแสดงนิทรรศการสัญจรที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และหอประชุมวุฒิจตุรงคการ จังหวัดบุรีรัมย์
ครั้งที่
2 ปี 2527 ใช้ชื่อว่า อีสานร่วมสมัย จากการนำของประธานกลุ่ม อาจารย์ คเณศ ศีลสัตย์ จัดแสดง ณ
หอศิลป์พีระศรี กรุงเทพฯ
ครั้งที่
3 ปี พ.ศ. 2529 ใช้ชื่อว่า ของดีอีสาน อาจารย์ คเณศ ศีลสัตย์ ได้รับการมอบหมาย
เป็นประธานอีกครั้งจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติหอศิลป์กรุงเทพฯ
ครั้งที่
4 ปี พ.ศ. 2532 ใช้ชื่อว่า นิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยกลุ่มศิลปินอีสาน ครั้งที่ 4 ภายใต้การนำของ อาจารย์ สุขสันต์ เหมือนนิรุทธิ์ จัดแสดง ณ
ศูนย์สังคีตศิลป์ กรุงเทพฯ
(หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ในปัจจุบัน)
ครั้งที่
5 ปี พ.ศ. 2533 ใช้ชื่อว่า เบิ่งฟ้า แนมดิน โดยการนำของ อาจารย์ สนาม จันทร์เกาะ
จัดแสดง ณ
ห้างเซ็นทรัลดีพาร์ทเม้นสโตร์
สาขาชิดลม กรุงเทพฯ
ครั้งที่
6 ปี พ.ศ. 2535 ใช้ชื่อว่า เทิ่งฟ้าบ่มีนกบิน
เทิ่งดินบ่มีส่ำสัตว์ อาจารย์ สนาม
จันทร์เกาะ ได้รับเกียรติเป็นประธานอีกครั้ง จัดแสดง ณ
ศูนย์สรรพสินค้าริเวอร์ซิตี้ กรุงเทพฯ
ครั้งที่
7 ปี
พ.ศ. 2534 ใช้ชื่อว่า อีสานมื่อนี่ สองฝั่งโขง โดยการนำของ
อาจารย์ เกียรติการุณ
ทองพรมราช
เป็นการแสดงนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยของกลุ่มศิลปินอีสานร่วมกับศิลปินสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
จัดแสดง ณ หอศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่น และสัญจร ที่โรงเรียนวิจิดตะกำแห่งซาด กำแพงนะคอนเวียงจันทร์
ครั้งที่
8 ปี พ.ศ. 2544 ใช้ชื่อว่า ฮ่วมแฮงปั้นแต้ม อาจารย์เกียรติการุณ
ทองพรมราช
ได้สานต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มศิลปินอีสานและกลุ่มศิลปินจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดแสดงที่ เดอะสีลมแกลเลอเรีย กรุงเทพฯ
และหอศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ครั้งที่
9 ปี พ.ศ. 2547 ใช้ชื่อว่า มรดกโลกหลวงพระบางโดยการนำของอาจารย์จรัญ
ชัยประทุม
ได้มีการปฏิบัติการศิลปะระหว่างกลุ่มศิลปินอีสาน
และสมาคมวิจิตรศิลป์ลาว ณ แขวงหลวงพระบาง
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
จัดแสดงที่ โรงเรียนวิจิตรกรรมแห่งชาติลาว
และสัญจรมาแสดงที่หอศิลปวัฒธรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่น จ.ขอนแก่น
ครั้งที่
10 ปี พ.ศ. 2549 ใช้ชื่อว่า แอ่งอีสานโดยการนำของ นายเดช นานกลาง ศิลปินอิสระจากด่านเกวียน ได้จัดแสดง ณ
มหาวิทยาลัยราชมงคลอีสาน
จ.นครราชสีมา
ครั้งที่
11 ปี พ.ศ. 2551 วาระครบรอบ 25 ปี กลุ่มศิลปินอีสาน โดย นายสุจิน สังวาลย์มณีเนตร ได้รับการมอบหมายเป็นประธานกลุ่มฯ
และการแสดงนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยของกลุ่มศิลปินอีสานครั้งนี้เป็นวาระครบรอบ
25 ปี ของกลุ่มศิลปินอีสาน ได้มีการปรึกษาหารือและมีมติที่จะจัดแสดง 2 ปีต่อหนึ่งครั้ง
เฉกเช่นการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยในระดับนานาชาติ จึงประกาศความเป็นอีสาน ในมหกรรมศิลปะร่วมสมัยอีสานเบียนนาเล่ ในชื่อชุด เจียตองเอาะ เสราะแอง อันเป็นการประกาศนัยยะถึงคุณค่าสิ่งดีงามของท้องถิ่นอีสานให้ปรากฏบนงานศิลปกรรมแขนงต่างๆสู่พื้นที่สาธารณะและแหล่งเรียนรู้เพื่อประชาชน
โดยการแสดงครั้งนี้กลุ่มศิลปินอีสานได้เชื้อเชิญศิลปินจากประเทศเพื่อนบ้านอาทิ เวียดนาม ลาว
และกัมพูชา
เข้าร่วมการแสดงเพื่อสานต่อสัมพันธภาพอันดีงามรวมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่ดีงามซึ่งกันและกัน
โดยการแสดงครั้งนี้จะเริ่มการแสดงที่กรุงเทพมหานครและสัญจรต่อไปที่จังหวัดขอนแก่น, จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดบุรีรัมย์
โดยเริ่มต้นจากเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือน ธันวาคม พุทธศักราช 2551 ตามลำดับ
เนื่องในวาระครบ
25 ปี ของการแสดงนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยของกลุ่มศิลปินอีสาน ซึ่งจะเริ่มต้นราวเดือนพฤศจิกายน 2551 และสิ้นสุดการแสดงผลงานสัญจรในเดือนธันวาคม
2551 ใน 4 จังหวัดอันประกอบไปด้วย กรุงเทพมหานคร, จ.ขอนแก่น, จ.อุบลราชธานี และ จ.บุรีรัมย์ เมื่อมองย้อน
ไล่เรียงความเป็นมาของกลุ่มศิลปินอีสานจากยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน
ก็พบว่าความเพียรพยายาม ความมุ่งมั่น ที่จะประกาศเจตนารมณ์
ของกลุ่มศิลปินอีสานที่จะนำพา ความเป็นอีสาน
ออกเผยแพร่จากจุดความคิดแรกเริ่มของการก่อตั้งกลุ่มฯ ที่ให้ความสำคัญและตระหนักถึงคุณค่าของศิลปกรรมที่มีบทบาทต่อวิถีการดำเนินชีวิต
ขนบธรรมเนียมประเพณี และสังคม ทั้งในส่วนภูมิภาค และส่วนรวมของประเทศ
การนำเสนอผลงานของกลุ่มศิลปินอีสานจะมีลักษณะที่หลากหลาย โดยผลงานทั้งหมดประกอบด้วย จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อผสม ภาพถ่าย บทกวี ดนตรี และวรรณกรรม นำเสนอเรื่องราวของความเป็นอีสาน
รวมทั้งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นแรงบันดาลใจต่อศิลปินทั้งรูปแบบร่วมสมัยและผลงานที่ยังดำรงความเป็นเอกลักษณ์ศิลปะพื้นบ้านอยู่
การดำเนินงานของกลุ่มศิลปินอีสานได้ดำเนินงานตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2526 จนถึงปัจจุบัน โดยนำเสนอผ่านรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ทั้งในรูปแบบของการจัดนิทรรศการผลงาน การจัดประชุม เสวนา การแสดงดนตรี การอ่านบทกวี และกิจกรรมด้านอื่นๆ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และประเทศเพื่อนบ้าน ผลงานที่ผ่านมาสร้างตำนานให้สังคมได้รับรู้และชื่นชมผลงานที่มีเอกลักษณ์ความเป็นพื้นถิ่นอีสานที่เต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานให้ดำรงอยู่สืบไป
การถ่ายทอดและนำเสนอผลงานในแนวทางของกลุ่มศิลปินอีสานซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในยุคหลังสมัยใหม่จึงมิได้เกิดขึ้นด้วยความไร้เหตุผล
หากแต่เป็นกระแสที่เกิดขึ้นจากสภาวะของสังคมที่เปลี่ยนแปลงซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมและชุมชนอีสานอย่างต่อเนื่อง
จึงเป็นภาระหน้าที่ที่จะแสดงความเป็นอีสานในฐานะกลุ่มศิลปินอีสานซึ่งได้เฝ้าสังเกตปรากฏการณ์ความเคลื่อนไหวและเตรียมพร้อมเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง
ที่กำลังจะเกิดขึ้นบนแผ่นดินอีสานด้วยเหตุผลและมุมมองที่สัมพันธ์กับบริบทสังคม
การแสดงนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยของกลุ่มศิลปินอีสานครั้งที่ 11 มหกรรมศิลปะร่วมสมัย
อีสานเบียนนาเล่ ในวาระครบรอบ 25 ปี ในชื่อชุด เจียตองเอาะ
เสราะแอง จึงเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่กลุ่มศิลปินอีสานจะได้ร่วมผนึกกำลังเพื่อประกาศ ความเป็นอีสาน สู่สาธารชนอีกครั้ง
2. วัตถุประสงค์
2.1
เพื่อนำเสนอความเป็นอีสานผ่านผลงานศิลปกรรมเผยแพร่ออกสู่สาธารณชน
2.2 สะท้อนภาพเนื้อหาทางสังคมด้วยรูปแบบศิลปกรรมแขนงต่าง
ๆ
2.3
ร่วมกันแสวงหาแนวทางการพัฒนาผลงานศิลปกรรมให้สอดคล้องกับยุคสมัย
ทันเหตุการณ์
2.4
สนับสนุนและเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างศิลปิน ประชาชน และชุมชน
2.5 สร้างแบบอย่างที่ดีงามต่ออนุชนรุ่นหลัง
3. ผู้รับผิดชอบโครงการ
สมาชิกกลุ่มศิลปินอีสาน
4. การดำเนินงาน
4.1
จัดประชุมวางแผนเตรียมความพร้อมในการดำเนินงาน, ส่งข่าวสารแจ้งสมาชิก
4.2
จัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปกรรมของกลุ่มศิลปินอีสาน ซึ่งประกอบด้วยผลงาน
ด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อผสม บทกวี ภาพถ่ายและการแสดงดนตรี
4.3
จัดประชุมเสวนาทางวิชาการในวาระครบรอบ 25
ปี ของกลุ่มศิลปินอีสาน
4.4 สรุปผลการดำเนินงาน
5. คณะกรรมการดำเนินงาน
5.1 คณะกรรมการที่ปรึกษากลุ่มศิลปินอีสาน
อาจารย์
คำสิงห์ ศรีนอก
อาจารย์
ทวี รัชนีกร
อาจารย์
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ศาสตราจารย์พิเศษ
อารี สุทธิพันธุ์
ศาสตราจารย์
ดร.อภินันท์ โปษยานนท์
ศาสตราจารย์
ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ
อาจารย์
เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
อาจารย์
ถนอม ชาภักดี
อาจารย์
อัญชลี เปล่งวิทยา
ดร.บุญเที่ยง สิริประพัน
Dr.Vo
Van Thang
Dr.Lourdes G.Salvador
Mr.Phillip Wardsworth McCarty
Mrs.Jenna Wardsworth McCarty
คุณ
เสนีย์ กองสุข
คุณ
จารุวัฒน์
เกียรติวงศ์
5.1.1 อนุกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายต่างประเทศ
รองศาสตราจารย์
ภูมิจิตร เรืองเดช
อาจารย์ เด่นพงษ์ วงศาโรจน์
คุณ
จารุวัฒน์
เกียรติวงศ์
5.1.2 อนุกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการและประเมินผล
อาจารย์
ถนอม ชาภักดี
อาจารย์โชคชัย ตักโพธิ์
อาจารย์ อัญชลี
เปล่งวิทยา
5.1.3 อนุกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายนิทรรศการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์
รุ่ง ธีระพิจิตร
อาจารย์
ทรงวิทย์
พิมพ์กรรณ์
อาจารย์ สุพจน์ ศิริรัชนีกร
5.1.4 อนุกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายพิธีการและการแสดง
คุณ
สุรพล
ปัญญาวชิระ
คุณ มงคล อุทก
คุณโสพิศ พุทธรักษ์
5.1.5 อนุกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายนิทรรศการสัญจร
คุณ
เทียนอิ๋ว
เหลืองเดชานุรักษ์
คุณ วิวัฒน์ โรจนาวรรณ
คุณ
สมคิด เอกอนันต์วงศ์
5.1.6 อนุกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายโครงการนิทรรศการ
ดร. กิตติศักดิ์ เกตุนุติ
อาจารย์
สิทธิเดช โรหิตะสุข
คุณ
รุ่งวิชิต คำงาม
5.1.7 อนุกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายจัดหาทุน
คุณ
เสนีย์ กองสุข
คุณ
สมคิด เชื้อคง
คุณ
สิทธิภาคย์ ลีเลิศรัตนกุล
5.2 คณะกรรมการดำเนินงานกลุ่มศิลปินอีสาน
นาย
สุจิน
สังวาลย์มณีเนตร ประธานกรรมการ
หัวหน้าเขตจังหวัดบุรีรัมย์
อาจารย์
จักรี หาญสุวรรณ
รองประธานกรรมการ
อาจารย์โรงเรียนภัทรบพิตร
จังหวัดบุรีรัมย์
นาย
เดช นานกลาง กรรมการ
ศิลปินอิสระ หัวหน้าเขตจังหวัดนครราชสีมา
อาจารย์
เชาวฤทธิ์
เตยขาว กรรมการ
อาจารย์โรงเรียนจัตุรพักตร์พิมาน
จังหวัดร้อยเอ็ด
หัวหน้าเขตจังหวัดร้อยเอ็ด
อาจารย์โชคชัย ตักโพธิ์ กรรมการ
อาจารย์วิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดอุบลราชธานี
หัวหน้าเขตจังหวัดอุบลราชธานี
นาย ธีระวัฒน์ คะนะมะ กรรมการ
ศิลปินอิสระ หัวหน้าเขตจังหวัดมหาสารคาม
นาย
สมยศ ไตรเสนีย์ กรรมการ
ศิลปินอิสระ
หัวหน้าเขตจังหวัดอุดรธานี
นาย
นคร เหล่าหล้า กรรมการ
ศิลปินอิสระ
หัวหน้าเขตจังหวัดนครพนม
อาจารย์
ธีระพงษ์ พิทักษ์ศฤงคาร กรรมการ
อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย หัวหน้าเขตจังหวัดเลย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์
จรัญ
ชัยประทุม กรรมการ
อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
หัวหน้าเขตจังหวัดขอนแก่น
นาย
เลอพงษ์
พุฒิชาติ กรรมการ
ศิลปินอิสระ หัวหน้าเขตจังหวัดยโสธร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดวงใจ ลิ้มอำไพ
เหรัญญิก
อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
อาจารย์
ประภาส ไชยเขตร กรรมการและเลขานุการ
อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
สาขาทัศนศิลป์
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
อาจารย์
ทรงเกียรติ สมญาติ กรรมการและเลขานุการ
อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
สาขาทัศนศิลป์
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
5.3 คณะอนุกรรมการดำเนินงาน
5.3.1 อนุกรรมการฝ่ายสถานที่และปฏิคม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ทำนุ วรธงไชย ประธานอนุกรรมการ
นาย
วิชาญ ประมูลศรี กรรมการ
นาย
วัลลภ อุบลแสน กรรมการ
นาย
นพรัตน์ เจ็กไธสง
กรรมการ
นาย สมเกียรติ เสียงวังเวง